วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

20 นิสัยที่คนประสบความสำเร็จ “ปฏิเสธ”

20 นิสัยที่คนประสบความสำเร็จ ปฏิเสธที่จะมีเด็ดขาด!!
คนที่ประสบความสำเร็จนั้น เขาใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย นิสัยของเขาจะเป็นนิสัยที่เกื้อหนุนการใช้ชีวิตเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ พวกเขาจะเป็นคนมีหลักการ และการเลือกที่จะมีชีวิตแบบที่เขาเลือกนั้น ก็จะนำพาพวกเขาสู่ถนนแห่งความสำเร็จ วันนี้เราขอเอา 20 นิสัยที่ คนที่ประสบความสำเร็จ ปฏิเสธที่จะมีอย่างเด็ดขาดมาฝากกัน!
1. ไม่ให้คำนิยามความสำเร็จจาก เงิน
คนที่ประสบความสำเร็จส่วนมาก ให้คำนิยาม ความสำเร็จคือความสุข ความสงบ การได้ช่วยเหลือคนอื่น ส่วนเงินทองและความมั่งคั่งนั้น มีเพียงแค่ซื้อความสบาย และเปิดโอกาสให้กับพวกเขามากขึ้นนั้น แต่นั่นแหละ พวกเขาตระหนักว่า เงินอย่างเดียวไม่สามารถหาซื้อ ความสุขในชีวิตได้หรอก
2. ไม่เริ่มต้นวัน โดยไม่วางแผน
ไม่ใช่แค่การวางแผนระยะสั้นและระยะยาวเท่านั้น แต่คนพวกนี้วางแผนกันเป็น รายวันว่าในวันหนึ่งๆ มีอะไรที่พวกเขาต้องทำให้ สำเร็จบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่เรียกว่า “Golden Hour” ซึ่งเป็น 1 ชั่วโมงแรกหลังจากตื่น ที่เป็นเวลาที่สดชื่น ที่เหมาะมากในการวางแผนว่าทั้งวันนี้ของเขา ต้องทำอะไรบ้าง!
3. ความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ เป้าหมาย
คนที่ประสบความสำเร็จ จะคิดว่า มันเป็นเรื่องเสียเวลา และเปลืองพลังงานมาก ที่จะโฟกัสไปที่ ความสมบูรณ์แบบเพราะนั่นหมายถึง คุณต้องมาหาจุดบกพร่องทุกจุด เพื่อแก้มันให้สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่เขามุ่งมั่นคือ ทักษะของพวกเขาที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากการสำเร็จในแต่ละเป้าหมายๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่น่าภูมิใจที่สุดแล้ว ที่รู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่กับที่ แต่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง
4. ไม่สุงสิงกับคนมองโลกในแง่ลบ
คนที่มองโลกในแง่ร้าย คนขี้บ่นในทุกเรื่อง คนที่ผัดวันประกันพรุ่ง คนที่ชอบแก้ตัว พวกนี้ คนที่ประสบความสำเร็จจะไม่สุงสิงด้วยเด็ดขาด เพราะยิ่งอยู่ใกล้ ก็ยิ่งเป็นการได้รับพลังงานลบถ่ายทอดมา แต่พวกเขาชอบอยู่ใกล้คนที่จะคอยให้แรงบันดาลใจกับเขามากกว่า!



5. ไม่มองเรื่องยากๆ หรือปัญหาในแง่ลบ
คนที่ประสบความสำเร็จ เมื่อเจอเรื่องยากๆ ปัญหายากๆ สิ่งที่เขาจะคิดคือ พวกเขาเอาชนะมาแล้วหลายปัญหาในอดีต เพราะฉะนั้น อันที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาตอนนี้ ก็ต้องเอาชนะมันไปให้ได้ และนั่นคือประสบการณ์ที่จะทำให้พวกเขาเก่งขึ้นๆ ยิ่งเข้าไปอีก
6. ไม่จมอยู่กับความล้มเหลว
คนเหล่านี้มอง ความล้มเหลวคือส่วนหนึ่งของการเติบโต พวกเขาเห็นเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้เรียนรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้า เพราะพวกเขาเชื่อว่า ไม่ว่าเราจะล้มอีกกี่ครั้ง ทุกครั้งที่ลุกขึ้นมาใหม่ คุณจะแข็งแกร่งกว่าเดิม
7. ไม่จมอยู่กับปัญหา
ถ้าวันๆ ใช้ชีวิตจมอยู่กับปัญหา คุณจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากความเครียด และนั่นคือช่องทางที่จะเจอปัญหาในชีวิตเพิ่มอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น แทนที่จะโฟกัสกับตัวปัญหา เปลี่ยนไปโฟกัสที่การกระทำของคุณที่ทำให้สถานการณ์มันค่อยๆ ดีขึ้นจะดีเสียกว่า เพราะมันจะทำให้คุณค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น และนั่นอาจจะทำให้คุณคิดวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ออกเสียด้วยซ้ำ!
8. ไม่เอาสิ่งที่คนอื่นตัดสินคุณมาเป็นสาระสำคัญ
พวกเขาไม่วัดค่าตัวเองจากคำพูด หรือคำตัดสินของคนอื่น พวกเขารู้ค่าของตัวเอง รู้เป้าหมายของตัวเอง รู้หลักการของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องให้คนอื่นมารับรองในสิ่งๆ นั้น
9. ไม่ชอบแก้ตัว
หากงานที่เขาทำเกิดปัญหา ไม่ตรงไปตามแผน เขารับผิดชอบทุกอย่าง เขาจะไม่แก้ตัว หรือโทษสิ่งต่างๆ ที่ทำให้งานผิดพลาด พอรับผิดชอบแล้ว พวกเขาก็แก้ไขต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ พวกเขาจะมองอยู่อย่างเดียวคือ ในทุกๆ วัน เป้าหมายแต่ละวันต้องสำเร็จ ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเล็ก หรือจะใหญ่ก็ตาม
10. ไม่อิจฉา เมื่อเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ
พวกเขาจะมีความเชื่อที่ว่าทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ทุกคน พวกเขาเชื่อว่า ยิ่งโลกนี้มีคนที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่าไหร่ โลกนี้ก็จะเต็มไปด้วยพลังงานแห่งความสุขมากขึ้นเท่านั้น และการที่พวกเขาเห็นคนอื่นสำเร็จ ในสิ่งที่เขาเองยังไม่สำเร็จนั้น พวกเขาจะไม่ริษยา แต่ขอบคุณที่คนเหล่านั้นจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเขาเองประสบความสำเร็จในวันข้างหน้าเช่นเดียวกัน!

11. ไม่เคยละเลยคนที่เขารัก
พวกเขารู้ว่า การงานสำคัญ แต่ไม่สำคัญเท่าคนที่เขารัก ทั้งครอบครัว คนรัก และตัวของคุณเอง เพราะความสำเร็จ จริงๆ แล้วมันเริ่มจากภายใน และความรักความอบอุ่นจากคนใกล้ตัว มันช่วยคุณได้
12. ไม่มองข้าม ความสนุก
ถ้าวันๆ ทำงานเหนื่อยตลอดเวลา ชีวิตคุณจะไม่มีอะไรเลย คนพวกนี้รู้ถึงความสำคัญของกิจกรรมที่ทำให้พวกเขาสนุก พักผ่อน เพื่อเติมพลังงานก่อนที่พวกเขาจะกลับไปสู้งานต่ออีกครั้ง
13. ไม่ละเลยสุขภาพ
พวกเขาตระหนักว่า เมื่อมีสุขภาพดี ทุกอย่างจะดีตาม ความคิดจะดี มีพลังงานที่ดี สมองดี ทุกอย่างจะช่วยผลักดันให้การงานของเขาดีตามไปด้วย เพียงเริ่มต้นที่สุขภาพนั่นเอง
14. ไม่ตั้งเป้า ที่ไม่ชัดเจน
คนที่สำเร็จ มักมีเป้าหมายที่ ชัดว่าเขาต้องการอะไรในชีวิต และเมื่อเป้าคุณชัด คุณก็วางแผนการปฏิบัติง่าย และหลังจากนั้น ก็สู้เพื่อให้ถึงเป้าอย่างเดียว อย่างไม่ย่อท้อ และไม่วอกแวกหลงทาง นอกจากนี้ การมีเป้าที่ชัด มันทำให้คุณประเมินได้ง่ายว่า ตอนนี้คุณเดินมาจนถึงจุดไหนแล้ว และอีกไกล้มัย ที่คุณจะไปถึงเป้าของคุณนั่นเอง
15. ไม่ดีแต่พูด พูดจริงทำจริง
คนพวกนี้ พูดอะไร ก็ทำอย่างนั้น และต้องทำให้สำเร็จด้วย เพราะพวกเขาต้องการให้ทุกคนรู้ว่า เขาเป็นคนที่น่าเชื่อถือ พึ่งพาได้ หากคิดจะทำอะไรแล้ว ก็ลงมือทำอย่างตั้งใจ
16. ไม่ปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อ
คนเหล่านี้จะไม่ยอมให้ตนเองตกเป็นเหยื่อของการกระทำของคนอื่น พวกเขาจะหาวิธีที่จะปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่พวกเขาจะไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น พวกเขาจะให้อภัยและปล่อยวาง เพราะนั่นคือวิธีที่ทำให้พวกเขามีความสุขได้นั่นเอง
17. ไม่จมกับอดีต
คนที่ประสบความสำเร็จจะไม่จมกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เขาคิดว่าถ้าอยู่กับอดีต คุณจะไม่มีทางใช้ชีวิตคุ้มค่าได้ในปัจจุบัน ยิ่งถ้าคุณมีอดีตที่เจ็บปวดด้วยแล้ว สิ่งที่คุณจะได้มาคือ พลังงานในแง่ลบที่จะทำให้คุณไม่มีทางมีความสุขในปัจจุบันได้เลย


18. ไม่ต่อต้าน การเปลี่ยนแปลง
แผนการต่างๆ กลยุทธ์ เทคนิค หากเวลาเปลี่ยน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ และพวกเขาจะยอมรับมัน ไม่หงุดหงิด ไม่ต่อต้าน แต่จะปรับเปลี่ยนไปตามนั้น เพราะเขาไม่เชื่อว่า มีหนทางสู่ความสำเร็จเพียงทางเดียว
19. ไม่หยุดที่จะเรียนรู้
ไม่ว่าคนเหล่านี้จะอายุเพิ่มขึ้นแค่ไหน เขาจะอยากเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะเขาเชื่อว่า ไม่มีใครที่เก่งไปทุกอย่าง แรงบันดาลใจอาจจะเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ มาจากใครก็ได้ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่เคยทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว แต่เปิดรับการเรียนรู้ใหม่ๆ เสมอ
20. ไม่เคยจบทุกวันโดยปราศจากการขอบคุณ

ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ดีขึ้นกับเขา เขาจะซาบซึ้งในสิ่งที่เกิดขึ้น และการทำแบบนี้ การรู้สึกขอบคุณในสิ่งดีๆ รายวันที่เกิดขึ้นกับคุณก่อนนอน มันจะทำให้คุณรู้สึกดี และทำให้วันรุ่งขึ้น คุณตื่นมาอย่างมีความสุขและพร้อมสำหรับวันต่อไปมากๆ เลยทีเดียวล่ะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากhttp://www.kiitdoo.com/20-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%98/

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิธีคิดบวก


วิธีคิดบวก 
+ ♡ + เวลาเจองานหนัก
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ โอกาส ในการ เตรียมพร้อม สู่ความ เป็น มืออาชีพ
+ ♡ + เวลาเจอปัญหาซับซ้อน
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ บทเรียนที่จะสร้าง ปัญญา ได้อย่างวิเศษ
+ ♡ + เวลาเจอความทุกข์หนัก
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ แบบฝึกหัด ที่จะช่วยให้เกิด ทักษะ ในการ ดำเนินชีวิต
+ ♡ + เวลาเจอนายจอมละเมียด
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ การฝึกตน ให้เป็น คนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)
+ ♡ + เวลาเจอคำตำหนิ
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ การชี้ขุมทรัพย์ มหาสมบัติ
+ ♡ + เวลาเจอคำนินทา
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ การสะท้อนว่า เรายังคงเป็น คน ที่มีความหมาย
+ ♡ + เวลาเจอความผิดหวัง
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ วิธีที่ธรรมชาติ กำลังสร้าง ภูมิคุ้มกัน ให้กับชีวิต
+ ♡ + เวลาเจอความป่วยไข้
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ การเตือน ให้เห็นคุณค่า ของการ รักษาสุขภาพ ให้ดี
+ ♡ + เวลาเจอความพลัดพราก
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ บทเรียนของ การรู้จักยืนหยัด ด้วยตัวเอง
+ ♡ + เวลาเจอลูกหัวดื้อ
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ โอกาสทอง ของการพิสูจน์ ความเป็นพ่อแม่ ที่แท้จริง
+ ♡ + เวลาเจอแฟนทิ้ง
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ ความเป็นอนิจจัง ที่ทุกชีวิต มีโอกาสพานพบ
+ ♡ + เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ ประจักษ์พยานว่า ไม่มีใคร ได้ทุกอย่าง ดั่งใจหวัง
+ ♡ + เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ ความอนัตตา ของชีวิต และสรรพสิ่ง
+ ♡ + เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ อุทาหรณ์ของชีวิต ที่ไม่น่าเจริญรอยตาม
+ ♡ + เวลาเจอคนเลว
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ ตัวอย่างของชีวิต ที่ไม่พึงประสงค์
+ ♡+ เวลาเจออุบัติเหตุ
ให้บอกตัวเอง นี่คือ คำเตือนว่า จงอย่าประมาทซ้ำอีก เป็นอันขาด
+ ♡ + เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ บททดสอบ ที่ว่า 'มารไม่มี บารมีไม่เกิด'
+ ♡ + เวลาเจอวิกฤต
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือ บทพิสูจน์สัจธรรม 'ในวิกฤต ย่อมมีโอกาส'
+ ♡ + เวลาเจอความจน
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติ เปิดโอกาส ให้เรา ได้ต่อสู้ชีวิต
+ ♡ + เวลาเจอความตาย
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้าย ที่จะทำให้ ชีวิต มีความสมบูรณ์

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://www.facebook.com/thirawat.jamkrajang

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

การดื่มกาแฟกับสุขภาพ

การดื่มกาแฟกับสุขภาพ
พิชานันท์ ลีแก้ว 
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

กาแฟ (coffee) เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และได้เข้ามามีบทบาทหรือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายๆ คน นั่นเป็นเพราะว่า หลังจากดื่มกาแฟแล้ว จะทำให้เกิดความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และช่วยทำให้หายง่วงซึมในขณะที่เรียนหรือทำงาน อีกทั้งยังมีรูปแบบในการนำเสนอหรือวิธีการชงเพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลาย และผลจากการตระหนักถึงสุขภาพของมนุษย์เราที่มีมากขึ้น จึงได้มีการศึกษาทางระบาดวิทยาจำนวนมากเพื่อหาความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการดื่มกาแฟกับผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ความเสื่อมของระบบประสาท การเสื่อมของกระดูก อันตรกิริยาต่อยาแผนปัจจุบัน และความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ เป็นต้น

จากการรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการดื่มกาแฟต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าผลงานวิจัยส่วนใหญ่ให้ผลเชิงบวกคือมีแนวโน้มลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน (1-7) โดยสันนิษฐานว่าเป็นผลมาจากสารสำคัญในเมล็ดกาแฟที่ชื่อว่า กรดคลอโรจีนิก (chlorogenic acid) (8) ส่วนการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของการดื่มกาแฟกับโรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาทซึ่งได้แก่ โรคพาร์คินสันและโรค อัลไซเมอร์พบว่า การดื่มกาแฟมีแนวโน้มช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์คินสันในเพศชาย (9) และผู้ที่ดื่มกาแฟตั้งแต่มีอายุอยู่ในช่วงวัยกลางคนมีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมเมื่อมีอายุย่างเข้าสู่วัยสูงอายุน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟเลย (10) และในการศึกษาความสัมพันธ์ของดื่มกาแฟกับภาวะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (11-13) มะเร็งเต้านม (14-15) มะเร็งรังไข่ (16-17) และมะเร็งตับ (18-19) มีทั้งผลเชิงบวกคือมีแนวโน้มลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และไม่มีความสัมพันธ์ทางสถิติต่อการเกิดโรค จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการดื่มกาแฟจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งดังกล่าวได้ นอกจากนี้ผลจากการศึกษาความสัมพันธ์ของการดื่มกาแฟกับการสะสมและการเสื่อมของกระดูกพบว่า การดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 3 ถ้วย (ได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 300 มก.) ต่อวัน อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุนและกระดูกสะโพกหักได้ (20)

ผลการวิจัยเกี่ยวกับการดื่มกาแฟกับสุขภาพที่รวบรวมได้ทั้งหมดเป็นผลการสำรวจข้อมูลจากต่างประเทศ ซึ่งผลการศึกษาที่ได้จะต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แม้ว่าเป็นโรคชนิดเดียวกัน นั่นเป็นเพราะว่า พฤติกรรมหรือวิธีการเตรียมกาแฟเพื่อดื่มในแต่ละท้องที่มีความนิยมที่แตกต่างกัน และสายพันธุ์กาแฟในแต่ละพื้นที่ก็มีผลต่อปริมาณสารสำคัญในเมล็ดกาแฟอีกด้วย ดังนั้นในการดื่มกาแฟเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงมักอ้างอิงปริมาณสารออกฤทธิ์ที่สำคัญในเมล็ดกาแฟ ซึ่งก็คือคาเฟอีนมาเป็นตัวกำหนดปริมาณการดื่มกาแฟหรือแม้แต่เครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งขนาดที่แนะนำคือ ไม่ควรเกินวันละ 300 มก. หรือเท่ากับกาแฟประมาณ 1-2 ถ้วย (ปริมาณกาแฟ 1 ถ้วยเท่ากับ 150 มล. และมีคาเฟอีนเฉลี่ย 115 มก.ต่อถ้วย)


ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://www.facebook.com/chuitkan.chookan.1

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทายนิสัยจากทะเบียนรถ


ทะเบียนรถ บอกบุคลิก
วิธีการดู ให้ดูตัวเลข 2 ตัวท้าย 
1) ถ้าคนขับเป็นผู้ชาย ให้ดูเลขตัวสุดท้าย 
2) ถ้าคนขับเป็นผู้หญิง ให้ดูตัวเลขรองสุดท้าย
แต่ละเลขบอกอะไร
เลข 1 
ผู้ขับขี่จะมีความมั่นใจในตัวเองสูง มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตระดับผู้บริหารหรือทำงานอยู่ในองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียง เกี่ยวข้องกับวงการราชการ ขับรถเร็ว มีเรื่องให้เร่งรีบเพื่อไปให้ถึงที่หมายเสมอหากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ
เลข 2
ผู้ขับขี่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำอกน้ำใจ เจอเต่าเดินผ่านหน้ารถทีไรก็อดที่จะลงไปช่วยเหลือไม่ได้ เหมาะกับบุคคลที่ทำงานด้านบริการทุกชนิด งานศิลปะที่ต้องใช้ความปราณีต ละเมียดละไม หรือคุณแม่บ้านที่ขับรถไปส่งลูกส่งหลาน ส่งญาติพี่น้อง เลขนี้ละครับเหมาะสุด หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ
เลข 3
ผู้ขับขี่ที่เต็มไปตัวหัวใจนักสู้ สิงห์นักแข่ง ถ้าเป็นมอเตอร์ไซด์ก็สิงห์นักบิดล่ะครับ ขับเร็ว แรง ผู้ขับขี่มั่นใจมาก และรู้สึกมันส์ในการขับขี่ แต่ใครปาดหน้าไม่ได้นะครับ มีเรื่องต้องคุยกันแน่น เลขนี้เหมาะสำหรับ นักแข่งรถ นักกีฬา ตำรวจ ทหาร หรือช่างฝีมือที่มีความสามารถเฉพาะตัวทุกชนิดครับ หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ
เลข 4
ผู้ขับขี่ที่คิดแต่เรื่องการค้า การเข้าสังคมตลอดเวลา มือถือที่ใช้ต้องทันสมัยสุดๆ ประมาณว่าขับไปคุยไปล่ะครับเครื่องเสียง โทรศัพท์ ขาดไม่ได้จริงๆ เก่งในเรื่องการค้าการขาย เหมาะสำหรับท่านที่ทำงานด้าน การตลาด งานขายทุกชนิดหากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ
เลข 5
ผู้ขับขี่ที่อาวุโส สุขุม เป็นผู้ใหญ่ที่หน้าเคารพ มิเหตุมีผล มีความคิดที่หน้าเชื่อถือ เคารพกฏจราจรและจะรู้สึกโกรธมากๆ หากเห็นรถคันไหนฝ่าไฟแดง หรือทำผิดกฏหมายอย่างจงใจ เหมาะสำหรับรถ ผู้บริหารระดับอาวุโส ครู บาอาจารย์ หมอดู หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ
เลข 6
ผู้ขับขี่ระดับไฮโซ รักรถมาก ล้างเช้าล้างเย็น เครื่องเสียงหรืออุปกรณ์แต่งรถต่างๆ ต้องดูดีมีระดับรถต้องสะอาด ของเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะสำหรับ เพลย์บอย นักรัก ผู้มีฐานะดีทุกสายอาชีพ หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ
เลข 7
ผู้ขับขี่ที่ค่อยข้างจริงจังกับชีวิต ไม่ชอบใช้ชีวิตแบบไร้สาระ กังวลไปซะทุกเรื่องมีเรื่องให้คิดให้เครียดอยู่เรื่อย มีความอดทนต่อสู้กับอุปสรรคได้ดี ถ้าปล่อยวางบางเรื่องได้บ้าง ก็จะทำให้พบความสุขบ้างเหมาะสำหรับผู้ทำงานในองค์กรใหญ่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบสูง โรงงานใหญ่ งานที่ต้องใช้เวลาทำงานนาน กว่าจะเห็นผลงานหากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ
เลข 8
ผู้ขับขี่ที่ชอบท่องเที่ยวยามราตรี หรือมีเรื่องต้องเดินทางกลางค่ำกลางคืนอยู่เรื่อยเป็นผู้ที่มีไวพริบดี และเงินคือเป้าหมายในชีวิต เหมาะกับผู้ทำธุระกิจ ส่งออก ทำงานเกี่ยวกับต่างประเทศ หรือ อบายมุขอาชีพอิสระไม่ชอบอยู่ในกฏระเบียบมากนัก หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ
เลข 9
ผู้ขับขี่เป็นผู้ที่ใจบุญสุนทานมาก งานบุญงานกุศลที่ไหนขอให้บอก เครื่องลางของขลังหรือพระติดรถเสมอ การเดินทางเหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เป็นเพื่อนร่วมทางเสมอ ก่อนออกรถต้องไหว้พระไหว้แม่ย่านางก่อนรับรองเฮง เหมาะสำหรับผู้ที่ ทำงานด้านการกุศล หรือ ธุระกิจใดก็ได้ที่มีการเดินทางตลอดเวลา หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ
เลข 0
ผู้ขับขี่มักจะมีอาการปวดหัว อยู่เป็นประจำ บางครั้งขับรถเพลินๆ มักจะเลยที่หมายอยู่เรื่อยบางครั้งเวลาขับรถมักจะรู้สึกสัมผัสได้ถึง วิญญาณหรือ สิ่งเร้นลับต่างๆ มีซิกเซนท์ ในเรื่องต่างๆ เหมาะสำหรับ ผู้ทำงานด้านทรงเจ้า นักวิทยาศาสตร์ นักข้นคว้าวิจัยทุกแขนง อาชีพอิสระ งานต่างประเทศ


ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก   ที่มา K Auto Smile Club http://goo.gl/UVvJlO

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ดูดวงจากเลขท้ายบัตรประจำตัว


ควักบัตรประชาชนมาดูเลข 3 หลักสุดท้ายกันแล้วดูซิว่าจริงหรือเปล่า?
คนเรา...จะรวย เหนื่อย ดื มีเสน่ห์
เค้าว่า..ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด
มาพิสูจน์กัน...3 ตัวท้ายของบัตรID
0. ต้องทำเยอะ
1. เจริญก้าวหน้า
2. มีเสน่ห์
3. ต้องทำด้วยตัวเอง
4. มีความยุติธรรม
5. ทำการค้า
6. มีความสุข
7. เหนื่อย
8. รวย
9. ดี
(ได้ความหมาย3อย่างเลย เช่น ลงท้ายด้วย 531 ก็ว่ากันทีละตัวเลย 5=? 3=? 1=?
5=ทำการค้า 3=ต้องทำด้วยตัวเอง 1=เจริญก้าวหน้า

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เทศมหาชาติ13 กัณฑ์

1.กัณฑ์ทศพร 

กล่าวถึงการอภิเษกของพระเจ้ากรุงสญชัยแห่งแคว้นสีพีกับพระนางผุสดีพระธิดาพระเจ้ากรุงมัทราช ซึ่งในอดีตชาติเคยบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นมเหสีพระพระอินทร์ เมื่อจุติจากสวรรค์ได้ทูลขอพร 10ประการและได้เป็นพุทธมารดาสมปรารถนา

ข้อคิดประจำกัณฑ์

ต้องกระทำความดี





2.กัณฑ์หิมพานต์
กล่าวถึงการประสูติของ พระเวสสันดร” พระราชโอรสของพระนางผุสดีกับพระเจ้ากรุงสญชัยโดยวันเดียวกันนั้นช้างเผือกชื่อ ปัจจัยนาค” ได้ถือกำเนิดที่โรงช้างต้น พระเวสสันดรได้อภิเษกสมรสกับพระนางมัทรีและมีพระราชโอรสนาม ชาลี” กับพระธิดานาม "กัณหา" และมี ๘ พราหมณ์คน จากเมืองกลิงครัฐ มาทูลขอช้างปัจจัยนาค และพระเวสสันดรทรงโปรดยกให้ เป็นเหตุให้พระเวสสันดรถูกขับออกจากวัง

ข้อคิดประจำกัณฑ์
คนดีเกิดมานำพาโลกให้ร่มเย็น


3.ทานกัณฑ์ 
พระเจ้ากรุงสัญชัยจำต้องเนรเทศพระราชโอรสด้วยเสียพระทัยนักพระนางผุสดีทูลขออภัยโทษก็มิเป็นผลสำเร็จ พระเวสสันดรทูลลาพระมารดาพระบิดาและขอบริจาคทานให้พิธีสัตตสตกมหาทาน คือ ช้าง ม้า โคนม รถม้า ทาสและทาสี อย่างละ๗๐๐ บริจาคให้คนทั่วไป

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑.ความรักของแม่ ความห่วงของภรรยา


4.กัณฑ์วนปเวสน์
กล่าวถึงกษัตริย์ทั้ง เมื่อเสด็จไปถึงมาตุลนคร บรรดากษัตริย์ได้ทูลเชิญให้พระเวสสันดรครองเมืองแต่พระเวสสันดรได้ทรงปฏิเสธ พระเจ้าเจตราษฎร์จึงให้เจตบุตรพรานป่าไปดูแลมิให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้าไปรบกวนพระเวสสันดร ซึ่งเมื่อเสด็จไปจนถึงเขาวงกต ได้พบพระอาศรมที่พระอินทร์สั่งให้พระวิศรรมเทพบุตรมาเนรมิตรไว้ให้ พระนางมัทรีและชาลีกุมาร กัณหากุมารีต่างก็เหน็ดเหนื่อยสะอื้นไห้ด้วยความลำบากยากเข็ญ พระเวสสันดรจึงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นนุ่งห่มของนักบวช พระนางมัทรีก็ทรงบวชเป็นดาบสินี บำเพ็ญศีลกันในป่าอยู่ที่อาศรม พระนางมัทรีต้องปัดกวาดอาศรมทุกวันแล้วก็หาผลไม้ในป่า ตักน้ำมาเตรียมไว้
ในป่านั้นอุดมด้วยผลไม้นานาชาติ มีสระโบกขรณีน้ำสะอาดใสไหลเย็น มีพฤกษาร่มรื่นและมีดอกไม้หอมหวลทั่วทั้งป่าราวกับวิมานทิพย์ 
ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. ยามเห็นใจ ยามจน ยามเจ็บ ยามจากเป็นยามที่ควรจะได้รับความเหลียวแล



5.กัณฑ์ชูชก 
กล่าวถึงชูชกพราหมณ์ชราชาวเมืองกลิงคราษฎร์ มีภรรยาสาวชื่อนางอมิตตดา ซึ่งปรนนิบัติชูชกอย่างดี พราหมณ์หนุ่มจึงพากันอิจฉาด่าทอ ทุบตีภรรยาที่ไม่ปรนนิบัติต่อตนเช่นนั้นเลย นางพราหมณีเหล่านี้นั้นโกรธแค้นจึงมารุมต่อว่านางอมิตตดาอย่างรุนแรง ด้วนเทวดาดลใจ นางจึงบังคับให้ชูชกไปขอสองกุมารจากพระเวสสันดรมารับใช้นาง ชูชกจำใจทำตามเดินทางไปเขตเขาคันธมาทน์ใช้เพทุบายหลอกพรานเจตบุตรว่าเป็นทูตมาเชิญพระเวสสันดรกลับแคว้นสีพี เจตบุตรหลงเชื่อจึงบอกทางไปเขาวงกตให้
ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑.ของที่รักและหวงแหน ที่โบราณห้ามฝากผู้อื่นไว้คือ เงิน ม้า เมีย ยิ่งน้องเมียห้ามฝากเด็ดขาด อันตรายมาก



6.กัณฑ์จุลพน
กล่าวถึง การบอกทางไปเขาวงกตให้ชูชกอย่างละเอียดของเจตบุตรพรานป่าพร้อมเลี้ยงอาหารและจัดเสบียงให้ชูชกไปกินกลางทาง
ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. มีอำนาจหากขาดปัญญาย่อมถูกหลอกได้ง่าย



7.กัณฑ์มหาพน 
กล่าวถึงชูชกเมื่อเดินทางไปถึงอาศรมพระอัจจุตฤษีก็ได้ใช้เพทุบายลวงว่าจะมาสนทนาธรรมกับพระเวสสันดร พระอัจจุตฤษีหลงเชื่อจึงต้อนรับเลี้ยงดูอย่างดีแล้วแนะทางไปเขาวงกตให้อย่างละเอียด เมื่อไปถึงเป็นเวลาพลบค่ำ เฒ่าชูชกก็ซ่อนตัวบนชะง่อนเขาด้วยคิดว่า ต้องรอรุ่งเช้าให้พระนางมัทรีออกไปหาผลไม้ เพราะนางคงไม่ยอมยกลูกให้ใครแน่
ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. ฉลาดแต่ขาดเฉลียว มีปัญญาแต่ขาดสติก็เสียทีพลาดท่าได้




8.กัณฑ์กุมาร
เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงให้ทานสองโอรสแก่เฒ่าชูชก พระนางมัทรีฝันร้ายเหมือนบอกเหตุแห่งการพลัดพราก  รุ่งเช้าเมื่อพระนางมัทรีเข้าป่าหาอาหารแล้ว  ชูชกจึงเข้าเฝ้าทูลขอสองกุมาร สองกุมารลงไปซ่อนตัวอยู่ที่สระ  พระเวสสันดรจึงเสด็จติดตามหาสองกุมารแล้วมอบให้แก่ชูชก
ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. ความเป็นผู้รู้จักกาลเทศะ ไม่ผลีผลามเข้าไปขอรอจนพระมัทรีเข้าป่าจึงเข้าเฝ้า เพื่อของสองกุมาร เป็นเหตุให้ชูชกประสบผลสำเร็จใจสิ่งที่ตนปรารถนา ดังภาษิตโบราณว่า "ช้า ๆ จะได้พร้าเล่มงาม ด่วนได้สามผลามมักพลิกแพลง" ช้าเป็นการนานเป็นคุณ ผู้รู้จักโอกาส มีมารยาท กล้าหาญ ใจเย็น เป็นสำเร็จ


9.กัณฑ์มัทรี 
กล่าวถึงพระนางมัทรีออกจากพระอาศรมไปหาผลไม้ในป่า พระทัยหวาดหวั่นด้วยประหวัดถึงสองกุมาร ผลไม้ก็หาได้ยากจนพลบค่ำกำลังจะกลับอาศรม เทวดาก็จำแลงเป็นสัตว์ร้ายขวางอยู่พระนางมัทรีต้องวิงวอนอย่างอ่อนโยนอยู่นานจึงผ่านมาได้ เมื่อกลับถึงอาศรมพระเวสสันดรมิได้แจ้งความจริงโดยทันทีด้วยเกรงว่านางจะโศกเศร้าจนไม่อาจทนทานได้ จึงกล่าวแสร้งด้วยโวหารแสดงความหึงหวง พระนางมัทรีน้องพระทัยออกเที่ยวแสวงหาสองกุมารตลอดคืนจนสลบไป พระเวสสันดรแก้ไขให้ฟื้นขึ้นแล้วตรัสบอกความจริง พระนางมัทรีจึงทรงอนุโมทนา
ข้อคิดประจำกัณฑ์
ลูกคือแก้วตาดวงใจของผู้เป็นพ่อแม่ "ลูกดีเป็นที่ชื่นใจของพ่อแม่ ลูกแย่พ่อแม่ช้ำใจ" รักใครเล่าจะเท่าพ่อแม่รัก ห่วงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่ห่วง หวงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่หวง ให้ใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้ เพราะฉะนั้นพึงเป็นลูกแก้ว ลูกขวัญ ลูกกตัญญู ที่ชาวโลกชื่นชม 
พรหมก็สรรเสริญฯ


10.กัณฑ์สักกบรรพ
กล่าวถึงพระอินทร์เมื่อทรงทราบถึงบุตรทานนี้ เกรงว่าจะมีผู้อื่น มาขอพระนางมัทรีจึงแปลงองค์เป็นพราหมณ์มาทูลขอเสียก่อน เมื่อพระเวสสันดรประทานให้ พระอินทร์ทรงอนุโมทนาแล้วถวายพระนางคืนพระเวสสันดร จากนั้นจึงแสดงองค์ให้ปรากฏและให้พรพระเวสสันดร ประการ
ข้อคิดประจำกัณฑ์
การทำดีแม้ไม่มีคนเห็น ก็เป็นความดีอยู่วันยังค่ำ ดุจทองคำแม้จะอยู่ในตู้โชว์ หรือในกำปั่นก็เป็นทองคำอยู่นั่นเอง เข้าลักษณะว่า ความ(ของ)ดีดีเด็ดเหมือนเพชรเหมือนทอง ถึงไร้เจ้าของก็เหมือนตัวยัง ถึงใส่ตู้อุด ถึงขุดหลุมฝัง ก็มีวันปลั่งอะหลั่งฉั่งชู การทำความดีแม้ไม่มีคนเห็น แต่เทพยดาอารักษ์เบื้องบนท่านย่อม


11.กัณฑ์มหาราช 
กล่าวถึงเมื่อชูชกพาสองกุมารหลงทางมาสู่หน้าพระลานกลางเมืองสีพี พระเจ้ากรุงสญชัยทอดพระเนตรเห็นเข้า เมื่อทรงทราบเรื่องก็ได้ทรงไถ่สองกุมารคืนตามพระเวสสันดรกำหนดค่าไว้ พระชาลีได้มีโอกาศชี้แจงเหตุผลการบำเพ็ญความดีของพระเวสสันดรต่อหน้าหมู่อำมาตย์ทั้งหลาย พระเจ้ากรุงสญชัยจึงเตรียมไพร่พลเสด็จไปรับพระเวสสันดรกลับเมือง พอดีกับที่พราหมณ์ คนจากเมืองกลิงคราษฎร์นำช้างปัจจัยนาคมาคืน พระเจ้ากรุงสญชัยจึงทรงให้จัดขบวนแต่งกองเกียรติยศ ยกออกนครไปรับพระเวสสันดร กลับสู่เวียงวังด้วยทรงคิดถึงราชบุตรและสำนึกผิดแล้ว 
ข้อคิดประจำกัณฑ์
คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ย่อมได้รับความปกป้องคุ้มครองภัยในที่ทุกสถาน


12.กัณฑ์ฉกษัตริย์ 
พระเจ้ากรุงสญชัยใช้เวลา 1 เดือน กับ 23 วัน  จึงเดินทางถึงเขาวงกต  เสียงโห่ร้องของทหารทั้ง 4  เหล่า ทำให้พระเวสสันดรทรงคิดว่าเป็นข้าศึกมาโจมจีนครสีพี  จึงชวนพระนางมัทรีขึ้นไปแอบดูที่ยอดเขา  พระนางมัทรีทรงมองเห็นกองทัพพระราชบิดาจึงได้ตรัสทูลพระเวสสันดร  และเมื่อทั้งหกกษัตริย์ได้พบกันทรงกันแสงสุดประมาณ  รวมทั้งทหารเหล่าทัพทำให้ป่าใหญ่สนั่นครั่นครืน  พระอินทร์จึงได้ทรงบันดาลให้ฝนโบกขรพรรษตกลงมาประพรมกษัตริย์ให้หายเศร้าโศกและฟื้นพระองค์
ข้อคิดประจำกัณฑ์
สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้ผิด บรรพชิตยังรู้เผลอ ความผิดพลาดเป็นเรื่องของมนุษย์ แต่การให้อภัยเป็นวิสัยของเทวดา


13. กัณฑ์นครกัณฑ์ 
เมื่อพระเวสสันดรทรงลาผนวชแล้ว ทรงสั่งลาพระอาศรม รับเครื่องทรงกษัตริย์ แล้วเสด็จกลับไปครองเมืองสีพี พระเวสสันดรเสด็จขึ้นครองราชย์ครองแผ่นดิน ทำให้ไพร่ฟ้าเสนาอำมาตย์มีสุขสงบกันทั่วทั้งแคว้น ชาวเมืองต่างก็หมั่นถือศีลบำเพ็ญกุศลตามสัตย์อธิษฐานของพระเวสสันดร กษัตริย์เมืองกลิงคราฐก็นำช้างปัจจัยนาเคนทร์มาถวายคืน เพราะบ้านเมืองมีฝนตกต้องตามฤดูกาลแล้ว พระเวสสันดรก็ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม และยังคงทรงบริจาคทาน จนพระชนมายุได้ ๑๒๐ พรรษาจึงสวรรคตแล้วไปปรากฎอุบัติเป็นท้าวสันดุสิตเทพบุตร บนสวรรค์ชั้นดุสิต รวมระยะเวลาที่พระเวสสันดร มัทรี ชาลี กัณหา ต้องนิราศจากพระนครไปอยู่ป่า เป็นเวลา ๑ ปี ๑๕ วัน
ข้อคิดประจำชาดก
ชาดกเรื่องนี้มีคติธรรม สั่งสอนให้คนเราเพียรประกอบคุณงามความดีโดยมิท้อถอย หากรู้จักสละทรัพย์บริจาคทานเนื่องนิจก็จะเป็นที่สรรเสริญทั่วไป คนโลภคนจิตบาปหยาบร้ายก็ต้องได้ภัยเพราะตัวเอง ดั่งชูชกนั้นเอง

พระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์

1.กัณฑ์ทศพร 19 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ สาธุการ ทศพร เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์ประสาทพรแก่นางผุสดี ก่อนที่จะจุติลงมาเป็นพระราชมารดาของพระเวสสันดร โดยให้พร 10 ประการ
2.กัณฑ์หิมพานต์ 134 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ ตวงพระธาตุ หิมพานต์ เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรบริจาคทานช้างปัจจัยนาค ประชา ชนชาวเมืองสีพีโกรธแค้น จึงขับไล่ให้ไปอยู่เขาวงกต
3.กัณฑ์ทานกัณฑ์ 209 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ พญาโศก ทานกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงแจกสัตสดกมหาทาน คือ การแจกทานครั้งยิ่งใหญ่ ก่อนออกจากพระนคร
4.กัณฑ์วนปเวศน์ 57 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ พญาเดิน วนปเวศน์ เป็นกัณฑ์ที่เสด็จถึงเขาวงกต ได้พบศาลาอาศรม ซึ่งท้าววิษณุกรรมเนรมิตให้ พระเวสสันดร พระนางมัทรี ชาลีและกัณหา จึงทรงผนวชเป็นฤาษีพำนักในอาศรมสืบมา
5.กัณฑ์ชูชก 79 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ เซ่นเหล้า ชูชก เป็นกัณฑ์ที่ชูชกได้นางอมิตดามาเป็นภรรยา และหมายจะได้โอรสและธิดาพระเวสสันดรมาเป็นทาส
6.กัณฑ์จุลพน 75 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ คุกพาทย์ จุลพน เป็นกัณฑ์ที่พรานเจตบุตรหลงกลชูชก และชี้ทางอาศรมจุตดาบส ชูชกได้ชูกลักพริกขิงแก่พรานเจตบุตร อ้างว่าเป็นพระราชสาส์นของพระเจ้ากรุงสญชัย จึงได้พาไปยังต้นทางที่จะไปอาศรมฤาษี
7.กัณฑ์มหาพน 80 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ เชิดกล้อง มหาพน เป็นกัณฑ์ป่าใหญ่ ชูชกหลอกล่ออจุตฤาษีให้บอกทางสู่อาศรมพระเวสสันดร
8.กัณฑ์กุมาร 101 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ โอดเชิดฉิ่ง กัณฑ์กุมาร เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงให้ทานสองโอรสแก่เฒ่าชูชก
9.กัณฑ์มัทรี 90 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ ทยอยโอด กัณฑ์มัทรี เป็นกัณฑ์ที่พระนางมัทรีทรงได้ตัดความห่วงหาอาลัยในสายเลือด อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชก
10.กัณฑ์สักกบรรพ 43 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ กลม สักก บรรพ เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์จำแลงกายเป็นพราหมณ์มาขอพระนางมัทรี แล้วถวายคืนพร้อมถวายพระพร 8 ประการ
11.กัณฑ์มหาราช 69 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ กราวนอก มหาราช เป็นกัณฑ์ที่เทพเจ้าจำแลงองค์ทำนุบำรุงขวัญสองกุมาร ก่อนเสด็จนิวัตถึงมหานครสีพี
12.กัณฑ์ฉกษัตริย์ 36 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ ตระนอน ฉกษัตริย์ เป็นกัณฑ์ที่ทั้งหกกษัตริย์ถึงวิสัญญีภาพสลบลงเมื่อได้พบหน้ากัน ท้าวสักกะเทวราชได้ทรงบันดาลให้ฝนตกประพรมหกกษัตริย์
13.กัณฑ์นครกัณฑ์ 48 คาถา เพลงประจำกัณฑ์ คือ กลองโยน นครกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธาเสด็จนิวัตพระนคร พระเวสสันดรขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดา