วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ไม้มงคลนาม ๙ ชนิด


 ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้างความสดชื่นร่มเย็นสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้แก่มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตบนโลก และที่สำคัญยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นแหล่งอาหารของสัตว์บางชนิด ต้นไม้บางชนิดที่ปลูกจะให้ดอกที่มีสีสันสวยงามและให้คุณประโยชน์และมีบางชนิด ที่กำหนดให้เป็นไม้มงคล คือมีความเชื่อว่า ทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของหรือผู้ปลูก และมีไม้มงคล ๙ ชนิดที่ใช้ในพิธีวางศิลาฤกษ์ ก่อนการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน โดยปักไม้มงคลลงบนพื้นและลงอักขระ ที่เรียกว่า หัวใจพระอิติปิโส ได้แก่ อะ สัง วิ สุ โต ปุ  สะ พุ ภะ ลงบนท่อนไม้ ชนิดละอักขระ พร้อมทั้งปิดทองทั้ง ๙ ท่อน โดยปักวนจากซ้ายไปขวา (ทักษิณาวรรค) ไม้มงคลทั้ง ๙ได้แก่
 

๑. ราชพฤกษ์ ชื่ออื่นๆ คูณ ลมแล้ง


การเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใด ปลูกต้นราชพฤกษ์ ไว้ประจำบ้านจะช่วยให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยอมรับว่า ต้นราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ที่มีคุณค่าสูง และยังเป็น สัญญาลักษณ์ประจำชาติไทยอีกด้วย นอกจากนี้คนไทยโบราณเชื่ออีกว่า ใบของต้นราชพฤกษ์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะในพิธีทางไสยศาสตร์ ใช้ใบทำน้ำพุทธมนต์ สะเดาะเคราะห์ได้ผลดี ดังนั้นจึงถือว่า  ต้นราชพฤกษ์เป็นไม้มงคลนาม เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้าน และผู้อาศัย ควรปลูกต้นราชพฤกษ์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือ และเป็นผู้ประกอบคุณงามความดีก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก


๒. ชัยพฤกษ์ ชื่ออื่นๆ กัลปพฤกษ์


การเป็นมงคล คนไทยโบราณ เชื่อว่า  บ้านใดปลูกต้นชัยพฤกษ์ไว้ประจำบ้าน จะช่วยให้ประสพผลสำเร็จในชีวิตเพราะต้นชัยพฤกษ์ เป็นต้นไม้ที่เป็นสัญญาลักษณ์ แห่งโชคชัยและชัยชนะ
 
  
                                                                                       ขอบคุณดอกกันเกราจากอินเตอร์เน็ต

๓. กันเกรา ชื่ออื่นๆ มันปลา ตำเสาตะ ตะมะซู


การเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า เป็นเครื่องป้องกันอันตรายทั้งปวง
 
 
 
ขอบคุณต้นสักจากอินเตอร์เน็ต

๔. สัก ชื่ออื่นๆ เคาะเยียโอปายี้

การเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นสักไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีศักดิ์ศรีเพราะสักหรือศักดิ์ คือการมีศักดิ์ศรี มีเกียรติศักดิ์ บรรดาศักดิ์ นอกจากนี้ สักหรือ สักกะคือ พระอินทร์ผู้มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในสวรรค์ ดังนั้น สักจึงเป็นไม้มงคลนาม เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นสักไว้ทางทิศเหนือ
 
 

๕. ทองหลาง ชื่ออื่นๆต้นประวาลพฤกษ์หรือต้นปาริชาติ


การเป็นมงคล คนไทยเชื่อว่า บ้านใดปลูกทองหลางไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีทองมาก มีความร่ำรวย เพราะทองหลางเป็นไม้มงคลนาม คือมีทองมากมายหลากหลาย นอกจากนี้ ทองหลางใบสีทองยังมีความสวยงามดุจประกายทองสีเหลือง เรืองรองดูตาดตาและ โบราณยังมีความเชื่ออีกว่า ถ้านำใบทองหลางไปใช้เป็นเครื่องประกอบในพิธีสำคัญทางศาสนาจะทำให้เกิดสิริมงคลยิ่งขึ้น เช่น พิธีปลูกบ้าน พิธีแต่งงาน และยังเชื่ออีกว่า ต้นทองหลางเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่ปลูกบนสวรรค์ ในสมัยพุทธกาล จึงได้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ต้นประวาลพฤกษ์ หรือต้นปาริชาติ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัยควรปลูกต้นทองหลางไว้ทางทิศเหนือ
 

    

๖. พะยูง ชื่ออื่นๆ กระยง พยูง ประดู่เสน

 การเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นพะยูงไว้ประจำบ้านจะทำให้มีความเจริญความมั่นคงเพราะยูงหรือ พะยูง คือการช่วยพยูงให้คงอยู่ให้มั่นคงแข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดความสง่า เพราะโบราณ ได้เปรียบเทียบไว้ว่ายูงยางสูงกว่าโดดเด่นเห็นตระการตา คือ มีความสว่างในตัวเอง ซึ่งคล้ายกับความสง่าของนกยูง เป็นสัตว์ชั้นสูงชนิดหนึ่ง และยังมีคนโบราณบางคนได้กล่าวไว้ว่า พยูงหรือกระยงก็คือ กระยงคงกระพันได้อีกแง่หนึ่ง เช่นกัน ทั้งนี้เพราะโบราณถือว่า เนื้อไม้ของพะยูงเป็นเนื้อไม้ที่แข็งแกร่งและมีอิทธิฤทธิ์พอสมควร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและผู้ปลูก ควรเป็นสุภาพบุรุษเพราะเชื่อพะยูงเป็นชื่อที่เหมาะสมสำหรับสุภาพบุรุษ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า แก่นไม้พะยูงมีลักษณะที่แข็งแกร่งจึงเปรียบเทียบความแข็งแรงเหมือนกับสุภาพบุรุษ
 
 

๗. ขนุน ชื่ออื่นๆ มะหนุน หมักหมี่


การเป็นมงคล ไม้ขนุน หมายถึง หนุนบารมี เงินทอง ให้ดีขึ้น ร่ำรวยขึ้น จะมีผู้ให้การเกื้อหนุนจุนเจือ คนไทยโบราณให้ปลูกไว้หลังบ้าน ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้
 
 

๘. ทรงบาดาล ชื่ออื่นๆ ขี้เหล็กหวาน


การเป็นมงคล  คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นทรงบาดาลไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดความยิ่งใหญ่ กว้างขวาง เพราะ ทรงบาดาล คือผู้เป็นใหญ่แห่งนาคพิภพในชั้นบาดาลและยังมีบางคนกล่าวว่า ทรงบาดาลหรือทรงบันดาล คือความเกิดขึ้นแห่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ และยังมีความเชื่อถือว่า จะทำให้มีทองมากเพราะดอกทรงบาดาลสามารถออกดอกตลอดปี ลักษณะดอกขณะบานมีสีทอง เรืองรองดั่งทองอำไพ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นทรงบาดาลไว้ทางทิศตะวันตก
 

๙. ไผ่สีสุก 


การเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า  บ้านใดปลูกไผ่สีสุกไว้ประจำบ้าน ทำให้คนในบ้านมีความซื่อตรง ความบริสุทธิ์เพราะต้นไผ่มีการเจริญเติบโตแตกกิ่งก้านตรงและเรียบ ส่วนภายในปล้องมีความขาวสะอาด นี่ก็เป็นความเชื่อของไผ่ทั่วไปสำหรับ ต้นไผ่สีสุกโบราณมีความเชื่อว่าอีกว่า ทำให้เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยเกิดความมั่งมี อยู่ดีมีสุข เหมือนกับชื่อของต้นไผ่สีสุก เพราะเป็นไม้มงคลนาม เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นไผ่สีสุกไว้ทางทิศตะวันออกของบ้าน นิยมปลูกริมรั้วบ้านเพราะแตกกอ กว้างใหญ่
 
ขอบคุณข้อมูลจาก เอกสารวิชาการ กรมวิชาการเกษตร

 

                 ไม้มงคลนาม ๙ ชนิดของไทยเรา

  บ้านไหนไม่มีพื้นดินปลูก สามารถปลูกในกระถางได้ทั้ง ๙ ชนิด  เมื่อรากเต็มกระถางก็เปลี่ยนดินใหม่ ตัดรากได้ และตัดแต่งกิ่ง ใบ ได้ตามความเหมาะสม  ทั้ง ๙ ชนิดยอมรับการอยู่ในกระถางได้ เพราะที่บ้านก็ปลูกไว้ในกระถางหลายปีแล้ว  หากมีต้นไหนตายเราก็หามาปลูกใหม่ ซึ่งสาเหตุ รากเต็มลืมเปลี่ยน  ดินแฉะน้ำขัง ในหน้าฝน ฯก็ต้องเอาใจใส่ด้วยค่ะ    ต้นไม้ทั้ง ๙ ชนิดมีขายตามร้านขายต้นไม้ทั่วไป หรือบางต้นเพาะจากเมล็ดได้เอง เช่น ขนุน ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์  ทรงบาดาล  เราปลูกเพื่อ เป็นเคล็ด มงคลนามต่อบ้าน  เป็นสิริมงคลกับบ้านของเรา หรือสถานที่ต่างๆ หรือการค้าขาย ฯ  
   และทั้ง ๙ ชนิดยังเป็นพืชสมุนไพร ดีต่อสุขภาพ ให้ประโยชน์ได้อีกมากมาย เมื่อจะปลูกต้นไม้เลือกปลูกไม้มงคลนามไว้บ้างนะคะ การปลูกตามทิศต่างๆ ตามโบราณ ก็คงจะได้บางบ้าน บางสถานที่ เพราะบางบ้านวางปลูกไม่ได้ เช่น บ้านของผู้เขียน ไว้ตามความเหมาะสมที่ปลูก หรือวางกระถางได้เท่านั้น มีความสบายใจ อุ่นใจ ฯ ที่มีต้นไม้มงคลนาม  ๙ ชนิด ปลูกไว้ในบริเวณบ้านของเรา  
 ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี
 
สรรพคุณประโยชน์ ทางด้านสมุนไพรต่อสุขภาพ ฯ ของไม้มงคล ๙ ชนิด
 มีประโยชน์มากมาย คลิกชมอ่านได้ นะคะ
 
http://gotoknow.org/blog/kanda02/472526

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

รวมคาถาเมตตามหานิยม

อนุโมทนานะครับ ขอให้ใช้ในทางที่ดีก่อเกิดประโยชน์ต่ออผู้อื่นนะครับ
ที่สำคัญควรปฏิบัติศีล 5 อย่างเคร่งครัด 

รวมคาถาเมตตามหานิยม


คาถาเมตตามหานิยม 

นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู นะโมพุทธายะ นะมะอะอุ 
(ใช้ภาวนาคาถาก่อนออกจากบ้าน จะทำให้คนที่พบเจอมีความรู้สึกที่ดี การติดต่อใดๆก็จะราบรื่นไม่ติดขัด) 
หรือของอีกสำนักหนึ่งว่าสั้นๆ ดังนี้ 
เมตตา คุณะณัง อะระหัง เมตตา 



คาถาเจ้านายเมตตา 

ปัญจะมังสิระสังขาตัง นาหาย นะกาโร โหติ สัมภะโว อิสวาสุ 
(ให้สวดท่องภาวนา ๓ จบ ก่อนออกจากบ้าน แล้วเจ้านายจะเมตตา) 



คาถาขุนแผน 

เอหิมะมะ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ 
(ใช้ท่องกับของใช้ส่วนตัวอะไรก็ได้แล้วจะทำให้มีเสน่ห์เป็นที่หลงไหล) 



คาถาเอ็นดู 

วิชชาจะระณะสัมปันโน อิติปิโสภะคะวา 
ปิยะเทวะมนุสสานัง ปิโยพรหมานะ มุตตะโม 
ปิโยนาคะ สุปัณณานัง 
ปิณินทะริยัง นะมามิหัง 
นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ธายินดี ยะเอ็นดู 
(ให้ท่องคาถาก่อนไปพบผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อให้เกิดความรักใคร่เอ็นดู) 



คาถาคนนิยม 

เอหิสาลิกา ยังยัง พุทธัง อาคัจฉาหิ สาลิกาถิง กะระณัง ตาวังคาวา 
เอหิมะมะ สุวะโปตะโก อะยัง ราชา สุวัณณะวัณณา สาลิกานัง มะโหสะโต ปิยังมะมะ 
(ใช้สวดภาวนาเมื่อต้องการติดต่อเจรจาในเรื่องสำคัญ ค้าขาย เพื่อให้คนนิยมชมชอบ) 



คาถาสมัครงาน 

พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะริรัญ ชีวิตัญวิทัง 
นะโมมิตตามนุสสาจะ นะเมตตา โมกรุณา 
(ใช้ท่องก่อนออกจากบ้านไปสัมภาษณ์หรือสมัครงานจะทำให้มีเสน่ห์เป็นที่ประทับใจ) 



คาถาค้าขายดี (ให้เอาใบไม้แช่น้ำใส่ขันไว้แล้วสวดภาวนา เลร็จแล้วนำน้ำไปประพรมให้ทั่วร้าน จะทำให้ขายคล่อง) 

โอมอิติพุททัตสะ สุวันนัง วารัชชะคัง วามะนีวาวัตตัง วาพัพพะยัน ละเอหิคาคัชวันติ 

หรือ
อิติปิโสภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา 

หรือคาถาสำหรับพ่อค้า แม่ค้าที่นิยมเสกเป่า ๓ จบ กับสินค้า
พุทธัง พะหุชะนานัง เอหิจิตตัง เอหิมะนุสสานัง เอหิลาภัง เอหิเมตตา 
ชมภูทีเป มะนุสสานัง อิตถิโย ปุริโส จิตตัง พันธังเอหิ 



คาถาสาริกาลิ้นทอง 

พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ 
พุทธา อิริมะลิยา สุสังคะเยมิ 
พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ 
อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต 
(ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอนท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง) 



คาถาการเจรจา 

นะโมพุทธายะ มะอะอุ ยะธาพุทโมนะ อุอะอะ อิสวาสุ สัพพะทัสสะ อะสังวิสุ โลปุสะพุภะ 
(ใช้ภาวนากับน้ำล้างหน้าตอนเช้าก่อนออกจากบ้านไปติดต่อเจรจาเรื่องสำคัญ จะทำให้สำเร็จในสิ่งที่หวังไว้) 



คาถาอัญเชิญพระเครื่อง 

พุทธัง อาราธนานัง รักษา ธัมมัง อารธนานัง รักษา สังฆัง อาราธนานัง รักษา 
(ใช้สวดภาวนากับพระเครื่องก่อนออกจากบ้าน พระจะคุ้มครองเป็นสิริมงคลกับตัวเอง) 



คาถาอุปถัมภ์ 

อิติปาระมิตาติงสา อิติสัพพัญมาคะตา อิติโพธิ มนุปปัตโต อิติปิโส จะตมะโน 
นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ธายินดี ยะเอ็นดู ยะหันตวา ธามัวเมา พุทพาเอา นะโมพุทธายะ 
(ใช้ท่องก่อนออกจากบ้าน จะทำให้เจ้านายสงสาร ช่วยเหลืออุปถ้มภ์ดี) 



คาถารักแท้ 

โอมนะโมพุทธายะ พุทธัง สะระติ ธัมมัง สะระติ สังฆัง สะระติ 
จิตตังสะมาเรมะมะเอทิ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ 
(ให้บริกรรมคาถานี้กับลูกอมแล้วอมขณะที่คุยกับคนที่เรารัก จะทำให้เขาคนนั้นเกิดความรักจริงจังขึ้นมา) 



คาถามัดใจ 

พุทธัง รัตตะนัง ธัมมัง รัตตะนัง สังฆัง รัตตะนัง นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ 
(ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ทำให้คนรักคิดถึง) 



คาถามนต์รัก 

โอม นะ ปะ โร รันนะขุเภติ 
พุทธัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา 
ธัมมัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา 
สังฆัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา 
(ใช้ภาวนากับดอกไม้ก่อนที่จะส่งให้กับคนรัก เมื่อเขาหรือเธอสูดดมดอกไม้ก็จะรักเราตอบ) 



คาถาใจอ่อน 

ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะอตใจ นะกาโร โหติ สัมภะโว 
ตรีนิกัตวานะ นะ การัง ปัญจะสัมภะวัง 
(ใช้ท่องก่อนที่จะพบเจรจากับคนที่เป็นเจ้าหนี้หรือใครก็ตาม จะทำให้ได้รับการผ่อนปรน ใจอ่อนได้ทุกที) 



คาถาผูกใจคน 

โอมนะโมพุทธะ นะ มะ อะ อุ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ 
(ใช้สวดเมื่อต้องการให้คนทั่วไปรักใคร่ยินดี ใช้เสกกับแป้งหรือน้ำหอมก็ได้) 



คาถามหาเสน่ห์ 

จันโทอะภกันตะโร 
ปิติ ปิโย เทวะมนุสสานัง 
อิตภิโยปุริ โส 
มะ อะ อุ อุ มะ อะ อิสวาสุ อิกะวิติ 
(ให้ภาวนาคาถานี้ ๓ จบก่อนออกไปพบคน จะทำให้คนที่ต้องไปพบเกิดความรักใคร่)
__________________

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

รอยสัก ยันต์


รอยสัก ยันต์ ( Thai Tattoos )
ยันต์
เส้นที่ขีดลากไปมานอกยันต์นั้น หมายถึง "สายรกของพระพุทธเจ้า" ส่วนเส้นที่อยู่ภายในยันต์ เรียกว่า "กระดูกยันต์ยันต์มีหลายแบบต่างๆ กันไป เช่น
  • ยันต์กลม มีความหมายว่าเป็นพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า ทางศาสนาพราหมณ์ หมายถึงพระพักตร์ของพระพรหม
  • ยันต์สามเหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นพระรัตนตรัย หรือภพทั้งสาม ส่วนทางศาสนาพราหมณ์ให้ความหมายว่าเป็นพระเป็นเจ้าทั้ง 3 ของพราหมณ์ คือ พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์
  • ยันต์สี่เหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นทวีปทั้งสี่ หรือธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
  • ยันต์รูปภาพ มีทั้งรูปภาพ เทวดา มนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ส่วนความหมายก็อยู่ในตัวของรูปภาพนั้นๆ
การลงยันต์หรือการเขียนยันต์นั้นจะใช้อักขระขอม ซึ่งเขียนเป็นตัวย่อของพระคาถาแต่ละบท เพราะหากเขียนพระคาถาลงไปในยันต์ทั้งหมดเนื้อที่คงไม่พอ จึงใช้อักขระย่อ ส่วนตัวเลขที่อยู่ในยันต์ก็ย่อมาจากอักขระของพระคาถา ข้อควรระวังในการลากเส้นยันต์นั้นควรลากทีเดียวให้ตลอดไม่ใช่ลากแล้วหยุด หากลากแล้วหยุดถือว่ายันต์นั้นใช้ไม่ได้ ต้องใช้คาถาหรือสูตรในการต่อเส้นยันต์นั้นใหม่ยันต์นั้นจึงจะใช้ได้ และการลงอักขระให้ระวังอย่าลงอักขระทับเส้นยันต์เพราะจะทำให้ยันต์นั้นใช้ไม่ได้ ท่านเรียกว่าเป็นยันต์ตาบอด การลงยันต์หรือการเขียนยันต์หากยันต์นั้นมีคาถาหรือสูตรกำกับไว้ผู้เขียนจะต้องภาวนาคาถานั้นไปด้วยพร้อมกันการลงยันต์ ฉะนั้นจึงต้องใช้สมาธิสูง ส่วนขั้นตอนและวิธีการลงยันต์พร้อมทั้งสูตรต่างๆ ยังมีอีกมากครับ คลิกที่นี่ครับเพื่ออ่านรายละเอียดสูตรและคาถาเวลาเขียนยันต์

คลัง ภาพยันต์


ยันต์รัตนตรัย
ยันต์รัตนตรัย ความหมาย ความเชื่อ ชนะศัตรู เมตตามหานิยม

ยันต์พุทธคุณ
ยันต์พุทธคุณ ความหมาย ความเชื่อ คุ้มกันสารพัดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

ยันต์มหาศิริมงคล
ยันต์มหาศิริมงคล ความหมาย ความเชื่อ เป็นมงคลยิ่งนัก และคุ้มภัยอันตรายทั้งปวง

ยันต์ยอดมงกุฎด้านหน้า ยันต์ยอดมงกุฎด้านหลัง
ยันต์ยอดมงกุุฎ ความหมาย ความเชื่อ แคล้วคลาด จากอันตรายทั้งปวง (ซ้ายยันต์ยอดมงกุฎด้านหน้า ส่วนขวาเป็นด้านหลัง)

ยันต์บารมีพระพุทธเจ้า
ยันต์บารมีพระพุทธเจ้า ความหมาย ความเชื่อ กันภูตผี ปีศาจ ป้องกันอันตรายทั้งปวง

ยันต์มหาสาวัง
ยันต์มหาสาวัง ความหมาย ความเชื่อ กัน และแก้สารพัดโรคภัย อันตราย

ยันต์เมตตามหานิยม
ยันต์เมตตามหานิยม ความหมาย ความเชื่อ เป็นเมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์ทำให้คนรัก

ยันต์มหาอุดด้านหน้า ยันต์มหาอุดด้านหลัง
ยันต์มหาอุด ความหมาย ความเชื่อ คงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม (ซ้ายยันต์มหาอุดด้านหน้า ขวาด้านหลัง)

ยันต์ห้ายอด
ยันต์ห้ายอด ความหมาย ความเชื่อ คุ้มกันภัย และอันตรมายทั้งปวง

ยันต์การะเวก
ยันต์การะเวก ความหมาย ความเชื่อ ใช้ในทางเมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์วิเศษดียิ่งนัก เวลาเข้าไปหาใครก็ตาม เช่น ไปสมัครงาน นัดสัมภาษณ์ นักร้อง นักแสดง นักเทศน์ วิเศษยิ่งนัก

ยันต์ตะกรุดมหาระงับ
ยันต์ตะกรุดมหาระงับ ความหมาย ความเชื่อ เป็นยันต์นะจังงัง ยิง ฟัน แทงไม่เข้า

ยันต์ตะกรุดโทน
ยันต์ตะกรุดโทน ความหมาย ความเชื่อ กันอันตรายจากอาวุธทุกชนิด

ยันต์อาวุธทั้งสี่
ยันต์อาวุธทั้งสี่ ความหมาย ความเชื่อ กันสารพัดภูตผี ปีศาจ ถอนแก้คุณไสยทุกอย่าง

ยันต์โภคทรัพย์
ยันต์โภคทรัพย์ ความหมาย ความเชื่อ ใส่ไว้ในกระเป๋าเงิน ทำให้เงินพอกพูนเพิ่มขึ้น

ยันต์พญาหงส์ทอง
ยันต์พญาหงส์ทอง ความหมาย ความเชื่อ เมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์ ทำให้ทุกคนรัก

ยันต์พญาราชสีห์
ยันต์พญาราชสีห์ ความหมาย ความเชื่อ คนเกรงขาม เป็นตบะเดชะ มีอำนาจ

ยันต์พญาเสือ
ยันต์พญาเสือ ความหมาย ความเชื่อ คนเกรงขาม เดินป่าป้องกันสัตว์ร้าย

ยันต์พญาหนุมาน
ยันต์พญาหนุมาน ความหมาย ความเชื่อ อยู่ยงคงกระพัน เมตตามหานิยม

ยันต์ท้าวเวสสุวรรณ
ยันต์ท้าวเวสสุวรรณ ความหมาย ความเชื่อ กันภูตผี ปีศาจทุกชนิด กันและแก้คุณไสย

ยันต์นางกวัก
ยันต์นางกวัก ความหมาย ความเชื่อ สำหรับค้าขายให้มีกำไรดี ร่ำรวยเงินทอง

ยันต์พระเจ้าเปล่งรัศมี
ยันต์พระเจ้าเปล่งรัศมี ความหมาย ความเชื่อ ไปไหนนำติดตัวไปด้วยทำให้คนรักคนหลง

ยันต์พุฒซ้อนหรือยันต์พระเจ้าห้าพระองค์
ยันต์พุฒซ้อน หรือ ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ ความหมาย ความเชื่อ เป็นยันต์ที่โด่งดังมากมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นมหายันต์สูงสุดกว่ายันต์ทั้งปวง อุปเทห์ใช้ได้ สารพัดประโยชน์ โดยเฉพาะยันต์พุฒซ้อนได้นำมาใช้ในการลงนะหน้าทอง เมตตามหานิยม โชคลาภ ทำให้ผู้ใหญ่เมตตา ต้องการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เป็นมหาเสน่ห์รุนแรง

ยันต์กันสะกด
ยันต์กันสะกด ความหมาย ความเชื่อ กันอันตรายจากโจร ผู้ร้าย

ยันต์เสริมดวงหรือยันต์ห้าแถว
ยันต์ หนุนดวง หรือ ยันต์โภคทรัพย์ 5 แถว ความหมาย ความเชื่อ เป็นอักขระขอมโบราณ 5 แถว ความยาว 7 นิ้ว กว้าง 2 นิ้วครึ่ง โดยแถวแรกเป็นคาถาเมตตามหานิยม แถวที่ 2 เป็นคาถาหนุนดวงชะตา แถวที่ 3 เป็นคาถาแห่งความสำเร็จ แถวที่ 4 เป็นคาถาราศีประจำตัว และแถวที่ 5 เป็นคาถามหาเสน่ห์ และแต่ละแถวจะมีพระปิดตา ช่วยเปิดช่องทางในการทำธุรกิจ คอยหนุนเรื่องการค้าให้ก้าวหน้า มั่นคงยิ่งขึ้น ถ้าคนดวงไม่ดี การสักต้องสักเป็นยันต์หนุนดวง หรือ ยันต์โภคทรัพย์ 5 แถว เพราะถือว่าเป็นยันต์คุณพระ ที่มีพลังอานุภาพครอบคลุมทุกด้าน และสามารถที่จะเกื้อหนุนดวงที่ตกต่ำให้โดดเด่นขึ้นมาได้

ยันต์เก้ายอด
ยันต์เก้ายอด ความหมาย ความเชื่อ ของยันต์หมายถึงคุณวิเศษของพระพุทธเจ้าทั้ง 9 ประการ ซึ่งแสดงให้เห็นในรูปของยอดแหลมทั้ง 9 ยอด ลายสักยันต์นี้ดีในการป้องกันศาสตราวุธทั้งหลาย

ยันต์หนุมานตัวเก้า
ยันต์หนุมานตัวเก้า ความหมาย ความเชื่อ เหมาะสำหรับอาชีพ ราชการ ตำรวจ หรือองครักษ์เพื่อส่งเสริมให้การงานเจริญก้าวหน้า

ยันต์ชูชก
ยันต์ชูชก ความหมาย ความเชื่อ ชายแก่ที่แบกถุงเงินบนบ่า ชื่อเขาคือชูชก เริ่มแรกเขาเป็นขอทาน ต่อมาเขากลายเป็นเศรษฐี ลายสักนี้ดีต่อการค้าและทุกท่านที่ต้องการความร่ำรวย

ยันต์แปดทิศ
ยันต์แปดทิศ ความหมาย ความเชื่อ ความเชื่อ ยันต์แปดทิศ มีสรรพคุณ ทางด้านเมตตา อยู่ยงคงกะพัน คุ้มคองทิศทั้งแปด

ยันต์พญากาน้ำ
ยันต์พญากาน้ำ ความหมาย ความเชื่อ มีไว้ค้าขายทางน้ำ

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

10 ขั้นตอนง่ายๆในการเปิด ร้านกาแฟ


10 ขั้นตอนง่ายๆในการเปิด ร้านกาแฟ" มาฝากทุกๆคนที่อยากจะเปิด ร้านกาแฟนะค่ะ



ตัวอย่าง 1
-         อยากเปิด ร้านกาแฟ แบบเคาน์เตอร์เล็กๆ แต่ไม่โนเนม ดูดีมีสไตล์
-         เช่าพื้นที่หน้าร้าน
-         หน้า ม.เอแบค, ม.ราม
-         กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา คนทำงาน
-         เดินทางได้สะดวกเพราะ บ้านอยู่แถวบางกะปิ
 
ตัวอย่างที่ 2
-         อยากเปิดเป็น ร้านกาแฟ แบบมีพื้นที่นั่ง ขายวาฟเฟิลควบคู่ด้วย บรรยากาศคลาสิค ไม่หรูแต่ดูดี
-         เปิดในห้าง ย่าน ฝั่งธนฯ
-         กลุ่มเป้าหมาย ครอบครัว และคนทำงาน
-         เดินทางสะดวก เพราะบ้านอยู่ฝั่งธน
1. วางคอนเซ็ปส์หรือรูปแบบ ร้านกาแฟ ในฝันของเรา ว่าอยากจะเปิด ร้านกาแฟ ในรูปแบบใด กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร สถานที่ใดบ้างที่เราอยากจะไปเปิด ร้านกาแฟ และต้องเดินทางสะดวก

 
2. ออกสำรวจหาสถานที่จริง ในการเปิด ร้านกาแฟ (วิธีการ และหลักการเลือกทำเลที่ดี และเหมาะสม จะเขียนเป็นบทความเสริมให้ในคราวต่อไป)
 
3. เมื่อได้ทำเลที่ต้องการเปิด ร้านกาแฟ แล้ว ให้สอบถามเรื่องต่างๆ ดังนี้
-         ค่าเช่าเดือนละเท่าไร
-         ค่าน้ำ ค่าไฟ คิดอย่างไร ยูนิตละเท่าไร
-         เก็บเงินมัดจำหรือไม่ ถ้าเก็บกี่เดือน เงื่อนไขการได้รับเงินมัดจำคืนเป็นอย่างไร (ควรขอหลักฐานการวางเงินมัดจำด้วย หากได้ชำระไปแล้ว)
-         เมื่อจะยกเลิกการขาย จะต้องแจ้งล่วงหน้าหรือไม่ กี่เดือน มีเงื่อนไขอย่างไร
-         การตกแต่งสถานที่ มีเงื่อนไขอย่างไร
 
4. ศึกษาหาข้อมูล บริษัทฯ ผู้จำหน่าย สินค้า วัตถุดิบ และอุปกรณ์ในการเปิด ร้านกาแฟ ต่างๆ อาทิเช่น
-         เครื่องชงกาแฟ
-         เครื่องบดกาแฟ
-         เครื่องปั่นน้ำผลไม้
-         เคาน์เตอร์ กาแฟ
-         เมล็ดกาแฟ ชา โกโก้ น้ำผลไม้
 
5. ออกแบบร้าน และเริ่มก่อสร้าง ร้านกาแฟ ตามรูปแบบที่เราวางไว้ตั้งแต่แรก ที่สำคัญต้องกำหนดวันเปิดร้านให้ชัดเจน และทำตารางเพื่อเรียงลำดับหัวข้อต่างๆที่ต้องทำ เพื่อเป็นการวางแผนที่ดี
-         ถ้าเป็นเคาน์เตอร์กาแฟ ธรรมดา ค่าเคาน์เตอร์ไม่ควรเกิน 50,000 บาท
-         ถ้าเป็น ร้านกาแฟ งบประมาณในการก่อสร้าง ไม่ควรเกิน 30% ของเงินลงทุนทั้งหมด
 
6. สำรวจงบประมาณที่มี และตัดสินใจเลือก รูปแบบ ร้านกาแฟ และ สินค้า วัตถุดิบ อุปกรณ์ในการเปิด ร้านกาแฟ ทั้งหมด โดยทำเป็นบัญชีรายจ่าย ลองเขียนรายการต่างๆ ที่ต้องซื้อลงมาเป็นข้อๆ แล้วใส่ราคาที่เราสำรวจมาได้ลงไป ก็จะได้งบประมาณการลงทุนคร่าวๆ ทั้งหมด ถ้าเกิน ก็พิจารณาดูว่า สินค้ารายการใดไม่จำเป็นอาจจะลดคุณสมบัติลง หรือตัดทอนออกไป
 
7. ประกาศรับสมัครพนักงาน บาริสต้า หากเจ้าของขายเองก็ไม่ต้อง (หลักการเลือก และรับสมัคร รวมถึง ผลตอบแทนที่เหมาะสมของบาริสต้า จะเขียนบทความเล่าให้ฟังอีกทีค่ะ)
 
8. เข้าสู่ขั้นตอนการฝึกอบรม ควรมาทั้งเจ้าของร้าน และพนักงานบาริสต้า (พนักงานชงกาแฟ) เพราะในการเปิดร้านกาแฟ จะมีสูตรกาแฟมากมาย และรายละเอียดปลีกย่อยเยอะ เช่น วิธีการใช้เครื่องชงกาแฟ วิธีการดูแลรักษาเครื่องชงกาแฟ เป็นต้น
 
9. เตรียมตัวเปิด ร้านกาแฟ โดยการฝึกซ้อม ซักซ้อม สูตร และคำพูดในการกล่าวต้อนรับลูกค้า เช่น
                                           “บิลเลี่ยนคอฟฟี่ สวัสดีค่ะ รับกาแฟร้อน หรือเย็นดีค่ะ”
 
10. จัดเรียงสินค้า และตรวจความเรียบร้อยภายใน ร้านกาแฟ เพื่อเตรียมตัวเปิดร้าน
 
เพียงเท่านี้ คุณก็จะไม่สับสน หรือหลงลืม หรือวุ่นวาย ในการเปิดร้านกาแฟอีกต่อไป โชคดีนะค่ะ แล้วพบกับบทความเกี่ยวกับกาแฟ ได้ต่อไปค่ะ หากใครมีคำแนะนำดีๆ เพิ่มเติมประเด็นใด แสดงความคิดเห็นได้ในฟอร์มติดต่อกลับค่ะ หรือเว็ปบอร์ดก็ได้ค่ะ





ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก  http://www.aircraftcoffee.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538853076


วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

ผู้นำแห่งความสำเร็จ


ผู้นำแห่งความสำเร็จ
องค์กรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถทสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนได้รับคำชื่นชมว่ามีความสำเร็จได้ทั้งนั้น ขอเพียงมีองค์ประกอบในการทำงานดี ความสำเร็จก็รออยู่ไม่ไกลองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือ ผู้นำต้องดี ถ้ามีผู้นำดี ลูกน้องก็ไม่หลงทาง องค์กรก็ไม่เป๋ จะคิดอะไร จะทำอะไร ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ นี่คือ 10 องค์ประกอบของผู้นำที่ทรงประสิทธิภาพ ที่ทุกองค์กรต้องมองหา
1. ตัดสินใจเด็ดขาด
ผู้นำที่รู้จักตัดสินใจอย่างเด็ดขาด มักมีคุณสมบัติพิเศษควบคู่กันอยู่อีกประการหนึ่งเสมอคือ มักถูกต้องและมีเหตุมีผล เขามักจะเป็น คนที่พูดจาคำไหนคำนั้น ถือได้ว่าเป็นผู้นำที่ดีที่สุดของลูกน้อง บางครั้งการตัดสินใจดูเหมือน จะใช้ความคิดของตนเป็นใหญ่ไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ เพราะเขากำลังอยู่ใน บทบาทซึ่งเป็นผู้นำ และเขาจะติดตาม รับผิดชอบไปจนเสร็จสิ้น ทั้งกระบวนการ ถ้าผู้นำมีความมุ่งมั่น ตัดสินใจเร็ว ไม่โลเล เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อยๆ ลูกน้องก็จะเกิดความมั่นใจ เชื่อถือ และสามารถทำงานได้โดย ไม่สะดุดบ่อยๆ ผิดกับเจ้านายที่โลเลต่อการตัดสินใจ ลูกน้องก็มักจะมีบุคลิกภาพแบบนักรีรอ ไม่พร้อมจะทำ ไม่พร้อมจะลุย ไม่พร้อม จะตัดสินใจ และไม่พร้อมจะรับผิดชอบด้วยเช่นกัน
2. มีเป้าหมายชัดเจน
นอกจากจะเฉียบขาดแล้ว ผู้นำที่มีจุดยืน มีอุดมการณ์ หรือมีจุดหมายที่ชัดเจน ก็เป็นที่ต้องการเป็นอย่างยิ่ง จุดหมายที่องค์กรมีร่วมกัน โดยมีนายเป็นผู้ถือธงนำนั้น ก็เหมือนกับทั้งทีมได้เห็นเส้นชัยหรือหลักชัยที่ต้องเดินไปให้ถึง ถ้ามีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนแล้ว เราก็สามารถมุ่งหน้าไปยังจุดๆ นั้นได้ง่าย และเร็วขึ้น เพราะเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ คนที่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่นั้น ย่อมดีกว่าเดินไปคิดลังเลไป เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
3. รู้จักใช้คน
Put he right man in the right job. ยังใช้ได้ดีในทุกสถานการณ์ และทุกที่ ผู้นำที่ดีต้องรู้จักลูกน้องของตนว่า ใครเหมาะที่จะ ทำอะไร งานไหนควรให้ใครรับผิดชอบ คนไหนเก่งอะไร มีข้อบกพร่องด้านใดอยู่บ้าง ก็พยายามแก้ไขให้เขาสมบูรณ์แบบขึ้น ใครขาดใครเกินส่วนไหน ก็ปรับแต่งให้ลงตัว อย่างนี้จึงจะเรียกว่า บริหารคนเป็น การรู้จักนิสัยใจคอ ความชอบส่วนตัวของลูกน้อง นอกจากจะทำให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพขึ้นแล้ว ยังเป็นข้อหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ผู้นำเอาใส่ใจต่อลูกน้องของเขาเป็นอย่างดี
4. ซื่อสัตย์
นอกจากจะเป็นคนที่ทำงานเก่งแล้ว ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างของความซื่อสัตย์ต่อองค์กรด้วย เขาควรจะบริหารค่าใช้จ่ายภายใน อย่างเป็นธรรมถูกต้อง ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบให้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ การมีเจ้านายเป็นคนเก่ง และเป็นคนดีที่ไว้ใจได้ อาจพูดได้ว่าเป็นโชคทบของลูกน้องที่ได้ร่วมงานด้วยเลยทีเดียว และคุณสมบัติเช่นนี้ก็จะเป็นแบบอย่าง ให้ลูกน้องตระหนักถึงคุณลักษณะที่ดี ของเขา เขาควรจะยิ่งต้องยึดถือความสัตย์ซื่อเป็นสรณะตามไปด้วย
5. สนับสนุนลูกน้อง
ผู้นำที่ดีต้องให้โอกาสลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชา เปิดโอกาสให้เขาได้ทำงานที่พิสูจน์ความสามารถของเขาด้วย งานใดจะส่งเสริม ให้ความสามารถของลูกน้องโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ ก็ควรสนับสนุน ไม่ใช่แย่งผลงานและโอกาสในการสร้างผลงานของลูกน้อง มาเป็น ผลงาน ของตัวเองหมดเสียทุกครั้งไป ให้โอกาสเขาได้เจริญเติบโต พร้อมทั้งผลักดัน สนับสนุน ให้สร้างเสริมความสามารถ ให้ยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆผู้นำที่ดีต้องสร้าง ลูกน้องให้เก่งขึ้นกว่าเดิม โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่า เขาจะเลื่อนขั้นขึ้นมาทำงาน แทนได้ในภายภาคหน้า
6. มีมนุษยสัมพันธ์ดี
ผู้นำที่ดีต้องมีมนุษยสัมพันธ์ดี ทั้งในและนอกองค์กร บางครั้งนอกองค์กรนายอาจจะเป็นคนนิสัยดีเยี่ยม อัธยาศัยดี น่าคบหา แต่กับ คนใกล้ตัว อย่างลูกน้องในองค์กร นายอาจจะเปลี่ยนนิสัยไปอยู่ขั้วตรงข้าม อย่างนั้นก็นับเป็นผู้นำที่ใช้ไม่ได้ นายที่ดีต้องไม่ลืมข้อนี้ แค่ทักทาย ถามไถ่ทุกข์สุขลูกน้อง ขอบคุณเมื่อเขาทำงานให้ ให้รางวัลหรือคำชมเชย เมื่อเขาทำในสิ่งซึ่งน่าชมเชย เหล่านี้เป็นต้น นายที่ดีต้องรู้จักยืดหยุ่น มีอารมณ์ขัน อาจมีการพบปะสังสรรค์กันนอกเวลางานบ้าง เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน และจะส่ง ผลให้การทำงานราบรื่นยิ่งขึ้น
7. รู้จักรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง
ผู้นำที่เอาแต่พูดๆๆๆ อยู่ฝ่ายเดียว โดยไม่ฟังความคิดเห็นหรือคำอธิบายของลูกน้องเลย นับเป็นเจ้านายที่ปิดกั้นตัวเองอย่างยิ่ง แน่นอนว่า เจ้านายมักมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่า มีความรู้มากกว่าลูกน้อง แต่การไม่ยอมรับฟังอะไรจากใครเลย ก็ไม่เป็นผลดี เพราะบางทีลูกน้องอาจมีข้อเสนอดีๆ ที่นายมองข้ามไป หรืออาจมีคำ อธิบายที่ฟังขึ้นในความผิดพลาดของงานที่นายมองไม่เห็น การฟังลูกน้องพูดหรืออธิบายบ้าง จะช่วยให้ลูกน้องทำงานอย่างสบายใจ ไม่รู้สึกกดดันมากนัก เมื่อมีปัญหาเขาจะกล้ามาถาม หรือเสนอแนะในข้อที่เขาเห็นว่า เป็นทางเลือกที่ดี แค่รู้จักฟังลูกน้องให้มากขึ้นเพียงนิดหน่อย ก็จะกลายเป็นผู้นำหรือเจ้านายที่น่ารักขึ้นอีกโขเชียวค่ะ
8. บุคลิกภาพต้องดีเยี่ยม
เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง ผู้นำหรือเจ้านายควรเป็นผู้มีบุคลิกดี แต่งกายเหมาะสมกับรูปร่าง หรือ ฐานะทางสังคม ต้องดูสะอาดสะอ้าน ดูสุภาพ เข้างานสังคมได้อย่างไม่ขัดหูขัดตา และมีบุคลิกดึงดูดใจ น่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ถ้าคุณเป็นผู้นำหรือนายที่ความสามารถเป็นเลิศอยู่แล้ว แต่บุคลิกภาพกลับดูแย่ อย่างนี้ก็ถือว่าก็ยังมีข้อบกพร่องให้ลูกน้องรู้สึกไม่ดีได้ จึงโปรดอย่าตกม้าตายด้วยเรื่องง่ายๆ เรื่องนี้
9. มีศิลปะในการเจรจา
ขอเพียงพูดด้วยความนุ่มนวล พูดอย่างรู้จักไตร่ตรอง รู้จักสถานการณ์ รู้คิด รู้กาลเทศะ และรู้จักคนที่เรากำลังเจรจาด้วย ความสำเร็จก็รออยู่ไม่ไกล ในการพูดนั้นต้องคิดก่อน มีการเตรียมการมาก่อน ความคิดต้องไม่สับสน พูดอย่างสั้น กระชับ ตรงประเด็น จริงใจ เป็นธรรมชาติ ใช้เสียงที่ดังพอประมาณ คือให้คู่สนทนาได้ยินชัดเจน หากมีผู้ร่วมสนทนาหลายคน ทุกคนต้องได้ยินเสียงพูดอย่างทั่วถึงกัน พูดจาต้องมีหางเสียง มีจังหวะจะโคนที่ราบรื่น มีเสียงหนักเบาเพื่อเน้นความสำคัญของสิ่งที่พูด และไม่ทำให้รู้สึกเบื่อ สายตาควรจับจ้องไปยังผู้ฟังถ้วนทั่ว และเมื่อพูดจบ จงแสดงท่าทีว่าคุณพร้อมแล้วที่จะรับฟังความเห็นของคนอื่น ไม่ปิดกั้น ไม่คิดว่าสิ่งที่คุณพูดไปนั้นดีที่สุด ถูกต้องที่สุดกว่าคนอื่นๆ แต่มันมีความถูกต้องรอบคอบอย่างที่สุดแล้ว จากความคิดของคุณ คนอื่นๆ มีความคิดเห็นอย่างไร ต้องเปิดโอกาสให้เขาแสดงออกมา เพื่อได้รับแรงสนับสนุน หรือหากถูกค้าน ก็เป็นโอกาสที่เราจะอธิบายเพิ่มเติมได้
10. มีความเป็นผู้นำ
ความเป็นผู้นำนี้แหละ สำคัญสูงสุด และลอยตัวอยู่เหนือเพศสภาพ คนเป็นผู้นำไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นเพศใด แต่เขามีความคิด ที่เฉียบคม ที่การลงมือที่เฉียบขาด และมีการประสานงานที่เฉียบแหลม เขามักอยู่ข้างหน้าผู้อื่นเสมอ ทั้งการคิด การแสดงความคิดเห็น การลงมือทำ และความรับผิดชอบ เขาต้องพร้อมจะผิดก่อนคนอื่น และอธิบายถึงความผิดพลาดนั้นอย่างกล้าหาญ ถูกต้อง และแสดงภูมิรู้ว่า เขาเกิดการเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ พร้อมกันนี้เขาก็พร้อมจะนำพาทุกคนให้ก้าวพ้นความผิดพลาดนั้นๆ ปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง เข้าใจองค์กรและเห็นใจผู้ร่วมงาน ประสานประโยชน์ของ องค์กรและผู้ร่วมงานได้ดี ได้รับความเชื่อถือศรัทธาจากผู้ร่วมงานในทุกระดับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
http://www.novabizz.com/NovaAce/Relationship/Leadership_Seven.htm#ixzz2Okva8SHF

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

ทำไมเพิ่งมาบอก))เรื่องขำๆๆ


ทำไมเพิ่งมาบอก
เย็น วันหนึ่ง ธีรเดชประกาศข่าวดีเสียงลั่นบ้านด้วยความตื่นเต้น
คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ ผมมีข่าวใหญ่มาบอก
ผม จะแต่งงานกับสาวสวยที่สุดในอำเภอนี้
เธอ ชื่อโอปอลล์ครับ บ้านอยู่ถัดเราไปนิดเดียว
หลังอาหารเย็นผ่านไป พ่อก็ดึงธีรเดชไปคุยกันสองต่อสอง
ลูกเอ๋ยพ่อมีเรื่องคุยด้วย พ่อกับแม่แต่งงานกันมาสามสิบปี
แม่ ของลูกเป็นเมียที่ดี เป็นแม่ศรีเรือนที่ไม่มีอะไรบกพร่อง
แต่ เสียอย่างเดียว คือ แม่เขาไม่เก่งเรื่องบนเตียง
พ่อ เลยแอบไปมีอะไรกับผู้หญิงอื่นไว้เยอะ
ความ จริงน่ะ โอปอลล์เป็นพี่น้องกับลูกเพียงแต่คนละแม่ ลูกคงแต่งงานไม่ได้
หัวใจของธีร เดชแหลกสลาย มีอาการซึมเศร้าไปร่วมปี
กว่าจะทำใจ ได้ และออกไปจีบสาวคนใหม่ ไม่นานนักก็กลับบ้านมาประกาศข่าวดี
ผมคุยกับเป้ ยแล้วครับ คุณพ่อคุณแม่ อีกสองเดือนเราจะแต่งงานกัน
คุณพ่อดึงเอาตัวธีรเดชไปคุยกันสองต่องสองอีก ครั้ง
เป้ยก็เป็นน้องของลูกเหมือนกัน พ่อเสียใจจริงๆ ที่ลูกจะไม่ได้แต่งงาน
ธีรเดชหงุด หงิดจนคลั่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจไปฟ้องแม่
พ่อทำงี้ได้ไงพ่อเที่ยวไปมีลูกกับผู้หญิงอื่น ทั่วอำเภอ
แล้วอย่าง นี้เมื่อไรผมถึงจะได้แต่งงาน พอผมไปรักกับสาวคนไหน
ก็กลาย เป็นว่าจีบน้องสาวคนละแม่เข้าทุกที
แม่ของธีรเดชได้ยินแล้วแทน ที่จะโกรธกลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
อย่าไปสนใจที่พ่อพูดเลย ลูกเอ๋ย ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นพ่อของลูกหรอก
555555

ขอบคุณเรื่องขำๆดีๆจาก http://www.joejamsai.com/

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

อ่านเพื่อให้เป็นคติเตือนใจ เกิดสติปัญญา

อ่านเพื่อให้เป็นคติเตือนใจ เกิดสติปัญญา..@

มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก 
คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน
เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย 
ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน
ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า 
คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน 
โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด
เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงงและเสียใจมาก
ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ

เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆ
ไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น
ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น 
มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา
เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน 
แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู
เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ 
จึงบอกว่า " ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า"

หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า "อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต ในบ้านมีคนป่วยใช่มั๊ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อยไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว"
เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่า ตัดสินใจเองไม่ได้ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่า 
"อยากเข้ามา ก็เข้ามา!"

เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า
ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น
หลวงตายิ้มแล้วพูดว่า "อาการหนักเลยนะ"

ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด
หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า
"โทรมมากเลยนะ" ชายคนนั้นไม่สนใจ 
หลวงตาบอกว่า "ไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ"
ชายคนนั้นไม่สนใจ 

แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน
เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น 
ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป
กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล

ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด

เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ 
แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา 
เขามองเห็นศพนั้น
เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุม
ร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป

พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา
เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู 
เมื่อพบว่า เป็นศพ ด้วยใจสงสาร 
จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด
เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆ
กอบทรายขึ้นมา เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ 
จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร
จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป

จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพ
ของศพหญิงคนนั้น และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ
พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก

ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า "ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน"

เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา 
เด็กรับใช้ตกใจมาก
หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า "โยมรอดแล้ว 
เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว"

ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชติดตามหลวงตาองค์นั้นในที่สุด

^_^ คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง ,
ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย
เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน
เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่

ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ 
คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง
เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกัน 
ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า
ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้
ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า 
เราจะต้องจากกันเมื่อไหร่ ^_^ 

ทุกๆวจีกรรม กายกรรม และมโนกรรม ที่เรานึกคิด
พูดล้วนเป็นกรรมหมด อยู่ที่เจตนาเป็นบุญหรือบาป ล้วนส่งผลต่อปัจจุบันและอนาคตทั้งนั้น
อ่านเพื่อให้เป็นคติเตือนใจ เกิดสติปัญญา..@

มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก 
คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน
เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย 
ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน
ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า
คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน
โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด
เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงงและเสียใจมาก
ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ

เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆ
ไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น
ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น
มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา
เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน
แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประต
เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ
จึงบอกว่า " ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า"

หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า "อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต ในบ้านมีคนป่วยใช่มั๊ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อยไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว"
เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่า ตัดสินใจเองไม่ได้ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่า
"อยากเข้ามา ก็เข้ามา!"

เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า
ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น
หลวงตายิ้มแล้วพูดว่า "อาการหนักเลยนะ"

ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด
หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า
"โทรมมากเลยนะ" ชายคนนั้นไม่สนใจ
หลวงตาบอกว่า "ไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ"
ชายคนนั้นไม่สนใจ

แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน
เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น
ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป
กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล

ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด

เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ
แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขามองเห็นศพนั้น
เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุ
ร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป

พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา
เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู
เมื่อพบว่า เป็นศพ ด้วยใจสงสาร
จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด
เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆ
กอบทรายขึ้นมา เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ
จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร
จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป

จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพ
ของศพหญิงคนนั้น และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ
พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก

ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า "ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน"

เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา
เด็กรับใช้ตกใจมาก
หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า "โยมรอดแล้ว
เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว"

ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชติดตามหลวงตาองค์นั้นในที่สุด

^_^ คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง ,
ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย
เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน
เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่

ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้
คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง
เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกัน
ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า
ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้
ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า
เราจะต้องจากกันเมื่อไหร่ ^_^

ทุกๆวจีกรรม กายกรรม และมโนกรรม ที่เรานึกคิด
พูดล้วนเป็นกรรมหมด อยู่ที่เจตนาเป็นบุญหรือบาป ล้วนส่งผลต่อปัจจุบันและอนาคตทั้งนั้น